ข่าววันนี้ เป็นสัญญาณที่ดี จังหวัดที่ไม่มีผู้ติดเชื้อ

ข่าววันนี้

ข่าววันนี้ ไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม

ข่าววันนี้ ไม่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มต่อเนื่อง 14 วัน หลังจากประเทศไทยจำเป็นต้องเผชิญหน้ากับภาวะการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) มานานกว่า 3 เดือน อาทิตย์นี้ก็ถือเป็นข่าวดีของคนประเทศไทย ที่ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สำหรับในการแถลงข่าว ของศูนย์บริหารเหตุการณ์โควิด-19 (ศบค.) ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ประจำวันที่ 21 เม.ย. 2563 นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ก็ได้เปิดเผยรายชื่อ 36 จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในช่วง 14 วันที่ผ่านมา ดังนี้

เชียงราย
เพชรบุรี
เพชรบูรณ์
แพร่
แม่ฮ่องสอน
กาญจนบุรี
กาฬสินธุ์
จันทบุรี
นครนายก
บุรีรัมย์
มหาสารคาม
มุกดาหาร
ยโสธร
ร้อยเอ็ด
ราชบุรี
ลพบุรี
ลำพูน
ศรีสะเกษ
สมุทรสงคราม
สระบุรี
สุโขทัย
หนองคาย
หนองบัวลำภู
อำนาจเจริญ
อุดรธานี
อุตรดิตถ์
อุทัยธานี
ระยอง
ตาก
ประจวบคีรีขันธ์
พระนครศรีอยุธยา
สกลนคร
สุรินทร์
สระแก้ว
อุบลราชธานี
สุพรรณบุรี
ดังนี้ จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 เลย มีทั้งสิ้น 10 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร พิจิตร ชัยนาท ระนอง ตราด สิงห์บุรี น่าน อ่างทอง และก็บึงกาฬ พร้อมประกาศเพิ่มสตูลเข้ามาอีก 1 จังหวัด

ในวันนี้ (21 เม.ย.) มีผู้ติดเชื้อโรคสะสมทั้งหมด 2,811 ราย เป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ 19 ราย รักษาตัวอยู่ 655 ราย รักษาหายแล้ว 2,108 ราย รวมทั้งเสียชีวิต 48 ราย…

บิลเกตส์ เศรษฐีใจบุญที่ใครๆก็รู้จัก เทงบให้ WHO

บิลเกตส์

บิลเกตส์ ได้เทงบประมาณให้กับWHOเป็นเงินจำนวน 4.5พันล้าน เพื่อต่อสู้กับ โควิด-19

บิลเกตส์ วันที่ 16 เดือนเมษายน 2563 – บิล เกตส์ ผู้จัดตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ และก็มหาเศรษฐีชาวประเทศสหรัฐอเมริการะดับท็อปของโลก ประกาศว่า มูลนิธิบิล แอนด์ เมลินดา เกตส์ ที่ตัวเขารวมทั้งภรรยาด้วยกันก่อตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาในโลก จะเพิ่มงบประมาณช่วยเหลือองค์การอนามัยโลก (WHO)สำหรับเพื่อการบริหารจัดการการแพร่ระบาดของโควิด-19 มากขึ้นเรื่อยๆ โดยจะให้เงินเพิ่มเติมอีก 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา หรือคิดเป็นเงินไทยราว 4.5 พันล้านบาท จากเดิมที่เคยช่วยเหลือ WHO ไปแล้ว 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา หรือประมาณ 3 พันล้านบาท

สาเหตุที่บิล เกตส์ ทุ่มงบประมาณให้กับ WHO เพิ่มเติมเนื่องมาจากเมื่อสองวันที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา ประกาศตัดงบช่วยเหลือ WHO และก็บอกเหตุผลว่าทำงานไม่มีความสามารถเพียงพอต่อปัญหาโควิด-19

บิล เกตส์ เอ๋ยถึงประเด็นนี้ว่า รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ประกาศตัดงบ WHO นับว่าเป็นเรื่องที่อันตราย และไร้ซึ่งเหตุผล ด้วยเหตุว่า WHO เป็นหน่วยงานที่เป็นหัวเรือใหญ่สำหรับในการแก้ไขปัญหาประเด็นนี้ ด้วยเหตุนี้การตัดงบประมาณไม่ได้ช่วยขจัดปัญหาใดๆเลย…

ฝรั่งเศสส่อแวว สั่งให้ประชาชนอยู่บ้านยาวถึงเดือน พฤษภาคม

ฝรั่งเศสส่อแวว

ฝรั่งเศสส่อแวว สั่งคนอยู่บ้านสู้โควิด-19

ฝรั่งเศสส่อแวว หนังสือพิมพ์ เล ชูร์นาล ดู ดิมองช์ รายงานโดยอ้างคำให้สัมภาษณ์ของศูนย์ข่าวว่า นายเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส เตรียมประกาศเตือนชาวประเทศฝรั่งเศสในวันนี้ (13 เม.ย.) ว่าจะต้องสั่งกักบริเวณประชาชนให้อยู่แต่ว่าในบ้านถัดไปอีกจนกระทั่งเดือน เดือนพฤษภาคม นี้ เพื่อต่อสู้กับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (COVID-19)

คาดว่าผู้นำฝรั่งเศสรายนี้จะประกาศออกรายการโทรทัศน์จากทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงปารีส เวลา 20.00 น. วันนี้ (13 เม.ย.) ตรงเวลาท้องถิ่น หรือเวลา 02.00 น. วันพรุ่ง (14 เม.ย.) ตามเวลาไทย

ช่วงเวลาเดียวกันแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับนายมาครง เปิดเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า มาตรการนี้บางทีอาจกินเวลาไปจนถึงหลังวันที่ 8-10 พ.ค. นี้ จากเดิมที่การกักตัวอยู่บ้าน

ดังนี้ประเทศฝรั่งเศสปิดการเข้าออกประเทศเมื่อวันที่ 17 มี.ค. ก่อนหน้านี้ แล้วก็อนุญาตให้ประชาชนออกมาจากบ้านเพื่อซื้อสินค้าหรือทำธุระที่ต้อง ภายหลังเจอผู้เจ็บป่วยโรคโควิด-19 มากไม่น้อยเลยทีเดียว รวมทั้งมีลัษณะทิศทางมากขึ้นอย่างเร็วเวลานี้

อย่างไรก็ตามแม้ในขณะนี้การระบาดของโรคดังที่กล่าวผ่านมาแล้วจะเริ่มชะลอตัวลงแล้วบ้าง แต่ว่ามาตรการการปิดประเทศต่อแต่นี้ไปจะช่วยสร้างความแน่ใจว่าปริมาณผู้ติดเชื้ออาจจะชะลอตัวอีก เพื่อไม่ให้ระบาดอย่างรวดเร็วแบบที่เคยเป็นและก็เพื่อสถานการณ์กลับสู่ปกติอย่างแท้จริง…

เปิดคำทำนาย 2 โหรชื่อดัง โควิด-19

โหรชื่อดัง

2 โหรชื่อดัง ทำนายเกิดเหตุการณ์ใหญ่ ผลออกมาในทางดี-ได้วัคซีนใหม่

โหรชื่อดัง เพจเฟซบุ๊ก Fongsanan Chamornchan ของ ฟองสนาน จามรจันทร์ นักโหราศาสตร์ชื่อดัง โพสต์ข้อความถึงกรณี จุดผลิกผัน-Turning Point ของเชื้อไวรัสวัวโรทุ่งนา 2019 หรือ โควิด-19 (C0VID-19) ข้อคิดเห็นร่วมทางโหราศาสตร์ของ ยิ่งขึ้นไป พงศ์เจริญ นายกสโมสรโหราศาสตร์นานาประเทศ กับ ฟองสนาน จามรจันทร์ โหรสมัครเล่น

ดังที่เคยเสนอแนวการพัฒนาการของการระบาดโควิด-19 ไปที่ผ่านมา รวมถึงในบทความแม่หมอสมัครเล่นตอนที่ 316 ชื่อตอนตามติดวัววิด-19 วันที่ 22 มี.ค. 2563 ดาวติดโรคเริ่มเบาๆแยกจากกัน โดยคาดหมายสถานการณ์สำคัญ 2 ระยะเป็น

1. สถานการณ์ในเมืองเริ่มค่อยๆดีขึ้นระยะที่ 1 เริ่มวันที่ 17 มี.ค. 2563 เป็นต้นมา ผลคือรัฐ-บุคลากรทางการแพทย์ของเมืองและก็ทั่วโลกวุ่นทุ่มเทสรรพกำลังป้องกันประชาชนจากโควิด-19 ด้วยความเหนื่อยยากทุ่มเท

2. สถานการณ์ค่อยๆดีขึ้นระยะที่ 2 เริ่มวันที่ 22 เดือนมีนาคม 2563 เป็นต้นไป โดยจะพัฒนาค่อยเป็นค่อยไปทุกองศาที่ดาวแยกจากกัน ไปจนถึงวันที่ 1 พฤษภาคม 2563 ย้ำพัฒนาการค่อยๆเป็นค่อยๆไปเพราะพวกเราไม่สามารถเร่งการเดินของดาวได้

ผลคือระหว่างที่เขียนบทความนี้ตัวเลขติดเชื้อรายใหม่ในไทยเริ่มมีพัฒนาการลดลง สลับเพิ่มแบบแกว่งเหลือหลายชวนหัวใจวายเช่นจาก 38 คนเป็น 111 คนก็มี แล้วก็นี่เป็นสถิติที่เพื่อนนิเทศ 10 จุฬาฯ รวบรวมไว้ช่วงมีนา-เมษา แถมมีนวัตกรรมใหม่ๆทางการแพทย์ใหม่ๆออกมาจำนวนมากจากที่คาดหมายไว้ แต่ว่าก็มีคำถามคือแล้วมันจะพัฒนาไปถึงไหน? จะจบหรือไม่? เมื่อใด?

1. มุมมองที่ให้ไว้ก่อนหน้าที่ผ่านมาเป็น เมื่อวันที่ 1 เดือนพฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป อาการป่วยไข้ทนทุกข์ทรมานด้านหายใจลำบากจะค่อยๆลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทั่วเมืองไทยและทั้งโลก ปรากฏการณ์นี้จะค่อยๆเป็นไปถึงวันที่ 16 มิถุนายน 2563 ซึ่งกลางเดือนเดือนมิถุนายนนี้ โหรภิญโญก็เห็นด้วยว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญโดยมีลีลาการประมือที่บางมาตรฐานก็เหลื่อมเวลากันอยู่

2. ความคิดเห็นร่วม โดยประมาณวันที่ 12 พ.ค. 2563 เป็นต้นไป ระบบการดูแลรักษา เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์จะปรับนิสัย มีการทบทวน หาวิธีการใหม่ๆมียาใหม่วัคซีนใหม่ อุปกรณ์ใหม่รับมือโควิด-19 อย่างมีนัยสำคัญ

3. ข้อคิดเห็นร่วม เมื่อระหว่างวันที่ 17 ก.ค. – ราวๆ 22 ก.ย. 2563 ฝ่ายหมอ-วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้งไทยแล้วก็ทั้งโลกสู้ ชนปะทะความสามารถกับโควิด-19 สุดกำลังอีกทั้งคาดว่าเป็นระยะที่กำลังจะได้วัคซีนมาใช้

ถ้าเกิดใช้หลัก อ.เทพย์ สาริกบุตร ครูโหรผู้ล่วงลับเข้ามาจับอีกหนึ่งทาง คาดว่า ในวันที่ 22 เดือนกันยายน 2563 (ก่อน-หลังประมาณ 7 วัน) เรื่องราวใหญ่จะเกิด คราวนี้จะออกมาทางดี ส่วนการใช้วัคซีนน่าจะเป็นไปหลังวันที่ 10 กันยายน 2563 เป็นต้นไป.…

คนตกงานปรับตัว หลังเกิด โควิด-19 covid-19

คนตกงานปรับตัว

คนตกงานปรับตัว ต้องการกำลังใจจากคนภายในครอบครัว

คนตกงานปรับตัว พืชผักสวนครัว ไม้ดอกไม้ประดับ ที่อดีตเชฟห้องอาหารญี่ปุ่น ไปรับมาจากจังหวัดสุพรรณบุรี มาเปิดด้านหลังขายต้นไม้อยู่ริมถนนเลียบคลองบางเขน ในราคาที่ไม่แพง เป็นต้นกะเพราขาว กะเพาแดง พริกขี้หนูสวน ผักชีลาว ฯลฯ ชีวิตจากเดิมที่เป็นเชฟร้านอาหารญี่ปุ่น มานาน 17 ปี มีฝีมือมีรายได้ดี ยอมรับว่าตอนแรกที่จำเป็นต้องตกงาน งงเต็กเครียดว่าจะทำอย่างไรในเวลานี้ที่ภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัวก็ยังเท่าเดิม คิดไปคิดมาก็ยังคิดว่าพืชผักสวนครัวรั้วกินได้ยังเป็นเสบียงอาหารในบ้านให้ทุกครอบครัว จึงปรึกษาญาติพี่น้องรับต้นไม้มาขาย

ขณะที่จิตแพทย์แนะนำว่าสิ่งที่สังคมไทยต้องการมากที่สุดในช่วงเวลานั้น คือ กำลังใจ จากคนในครอบครัวแล้วก็เพื่อน

นายแพทย์อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์และโฆษกกรมสุขภาพจิต ขอให้ผู้ที่ถูกพักงาน ตกงาน มีความรู้สึกว่าปัญหาไวรัสโควิด-19 ระบาดหนักในตอนนี้ แต่เดี๋ยวอีกครู่หนึ่งสถานการณ์จะดียิ่งขึ้นรวมทั้งหมดไป ไวรัสไม่ได้อยู่กับพวกเราไปตลอด อีกไม่นานถ้าทุกคนร่วมมือกันเหตุการณ์ต่างๆก็จะกลับไปสู่ภาวะปกติได้รวดเร็วขึ้น

ความเครียดรู้สึกไม่สบายใจต้องระมัดระวัง ทั้งยังสังเกตตัวเอง ดูคนในครอบครัว ทางที่ดีควรจะพูดคุยหรือระบายความรู้สึกในใจกับคนในครอบครัวหรือคนสนิท ให้มีสติกลับมา และก็เกิดความสบายใจ ค่อยๆคิด ขอคำแนะนำกัน หาวิธีแก้ปัญหา ปรับวิธีการทำมาหากินและใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย

ใครที่กำลังมีปัญหาโทรไปปรึกษาที่กรมสุขภาพจิต ที่เบอร์ 1323 สามารถโทรฟรีได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะมีพนักงานทางด้านการแพทย์รอให้คำปรึกษา ที่สำคัญต้องมีพลังใจสู้วิกฤตโควิด-19 ไปร่วมกัน…

ไทยเสียชีวิตจากโควิด เพิ่มเติม 3 ราย ป่วยอีก 102

ไทยเสียชีวิตจากโควิด

ไทยเสียชีวิตจากโควิด ติดเชื้อสะสม 2169 ราย

ไทยเสียชีวิตจากโควิด ล่าสุด ข้อมูลในวันนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ โควิด-19 ในไทยมีผู้ป่วยเพิ่ม 102 คน รวมผู้ป่วยสะสม 2,169 คน เสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย

ผู้เสียชีวิตรายแรก ผู้ป่วยชายไทยวัย 46 ปี อาชีพรับจ้าง กลับมาจากประเทศอังกฤษ เข้ารับการรักษาเมื่อวันที่ 25 มี.ค. ด้วยอาการไข้ มีอาการไอ มีน้ำมูก ปวดกล้ามเนื้อ หายใจลำบาก เสียชีวิตเมื่อวันที่ 3 เม.ย.

ผู้เสียชีวิตรายที่สอง คนป่วย สัญชาติสวิส อายุ 82 ปี โรคประจำตัวเป็น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง มีประวัติเสี่ยงเป็น ไปร่วมงานเลี้ยงในหมู่บ้านที่หัวหิน แล้วก็บาร์บริเวณสุขุมวิท จนถึงเข้ารับการดูแลและรักษาที่ โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งใน จังหวัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ช่วงวันที่ 30 เดือนมีนาคม ก่อนเสียชีวิตในวันที่ 2 เม.ย.

ผู้เสียชีวิตรายที่สาม ชายไทยอายุ 30 ปี อาชีพก่อสร้าง มีประวัติดื่มสุราเป็นประจำ ดำเนินการที่ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ มีลักษณะอาการไอ อาเจียนเป็นเลือด เหนื่อย มีไข้ กู้ชีพนำส่งโรงพยาบาล พบว่าออกซิเจนในเลือดต่ำ ก่อนที่จะเสียชีวิตในวันที่ 4 เม.ย.

สรุปแล้ววันนี้ คนไข้กลับบ้านได้เพิ่ม 31 ราย รวมหายแล้ว 674 ราย รักษาตัวอยู่ รพ. 1,472 ราย เสียชีวิตแล้วรวม 23 ราย รวมผู้ป่วยสะสม 2,169 ราย

1. สัมผัส/เกี่ยวข้องผู้ป่วยก่อนหน้า 48 ราย
1.1 กลุ่มสถานบันเทิง 2 ราย
1.2 พิธีกรรมทางศาสนา 2 ราย
1.3 สัมผัสกับผู้ป่วยติดเชื้อ 44 ราย (ส่วนมากคือ กทม. 14 ราย ภูเก็ต 8 ราย สมุทรปราการ 6 ราย)

2. กลุ่มผู้ป่วยใหม่ 42 ราย
2.1 ชาวไทยกลับจากต่างประเทศ 13 ราย (กลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ส่วนใหญ่กลับจากอังกฤษ)
2.2 คนต่างชาติมาจากต่างประเทศ 1 ราย
2.3 สัมผัสใกล้ชิดกับผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 2 ราย
2.4 ไปสถานที่แออัด 5 ราย
2.5 อาชีพกลุ่มเสี่ยง 19 ราย
2.6 เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ 2 ราย (เจ้าหน้าที่ทางด้านการแพทย์ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยโดยตรง)

3. กลุ่มคอยสอบสวนโรคเพิ่มเติม 12 ราย…

ประเทศเกาหลีเหนือ ยืนยัน ไม่มีการติดเชื้อโควิด-19ในประเทศ

ประเทศเกาหลีเหนือ

ประเทศเกาหลีเหนือ ได้ใช้มาตรการควบคุมเข้มงวด โควิด-19

ประเทศเกาหลีเหนือ ยังคงยืนยันว่าไม่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศ แม้ว่าจะมีความคลางแคลงใจจากนานาชาติ เนื่องจากว่าเจอผู้ติดโรคทั่วทั้งโลกแล้วกว่า 1 ล้านคน

ประเทศเกาหลีเหนือสั่งปิดชายแดนอย่างรวดเร็วหลังเจอการระบาดของไวรัสโคโรนาสายชนิดใหม่ 2019 หรือ โควิด-19 ในประเทศเพื่อนบ้านอย่างจีนเมื่อ เดือนมกราคม ก่อนหน้านี้ รวมทั้งใช้มาตรการควบคุมเอาจริงเอาจัง

พัคมยองซู ผู้อำนวยการหน่วยงานต้านทานโรคระบาดของสำนักงานใหญ่ต้านทานโรคระบาดเร่งด่วนของประเทศเกาหลีเหนือ รับรองว่า ความเพียรพยายามกลุ่มนี้บรรลุความสำเร็จอย่างสมบูรณ์ จนกระทั่งช่วงนี้ยังไม่เจอผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศแม้แต่คนเดียว โดยประเทศเกาหลีเหนือได้ดำเนินมาตรการเชิงคุ้มครองป้องกันได้แก่การตรวจรวมทั้งกักตัวทุกคนที่เดินทางเข้าประเทศ ฆ่าเชื้อสินค้าทั้งหมด เหมือนกันกับการปิดชายแดนทางบก รวมทั้งห้ามการเดินทางทั้งยังทางทะเลและอากาศ

ผู้ที่มีความชำนาญชี้ว่าประเทศเกาหลีเหนือค่อนข้างเปราะบางต่อการระบาดของไวรัส เนื่องมาจากมีระบบระเบียบสาธารณสุขที่อ่อนแอ การรับรองของประเทศเกาหลีเหนือว่าปลอดเชื้อทำให้หลายฝ่ายตั้งเรื่องที่น่าสงสัย พลเอกโรเบิร์ต อับรามส์ ผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐอเมริกา ในประเทศเกาหลีใต้ เผยกับสำนักข่าววีโอเอว่าการรับรองของประเทศเกาหลีเหนือไม่จริง เป็นคำกล่าวอ้างที่เป็นไปไม่ได้ เมื่อพิจารณาจากข่าวกรองที่สหรัฐอเมริกา ได้รับ โดยกองทัพเกาหลีเหนือถูกล็อกดาวน์ เป็นเวลา 30 วันในเดือน กุมภาพันธ์ และต้นเดือน มี.ค. ซึ่งเกี่ยวกับการระบาดของโรค

เวลาที่ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ผู้นำโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ได้ส่งจดหมายถึงนายคิม จองอึน หัวหน้าสูงสุดประเทศเกาหลีเหนือ โดยกล่าวว่าประเทศเกาหลีเหนือกำลังจะพบเจอเหตุการณ์อะไรบางอย่างและก็เสนอความร่วมแรงร่วมมือสำหรับเพื่อการปฏิบัติงานต้านโรคระบาด

ด้าน นายชเว จอง-ฮุน อดีตแพทย์ประเทศเกาหลีเหนือที่หลบหนีมายังประเทศเกาหลีใต้เมื่อปี 2555 เปิดเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่าเขาได้รับข้อมูลมาว่า มีผู้ตายเยอะแยะในประเทศเกาหลีเหนือ แต่ว่าทางการไม่บอกว่านี่เป็นการเสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

ในตอนที่เมื่อเดือนที่ผ่านมา เดลี เอ็นเค หน่วยงานสื่อแห่งหนึ่งในประเทศเกาหลีใต้ กล่าวว่าโควิด-19 ได้เอาชีวิตทหารประเทศเกาหลีเหนือ 180 รายเมื่อเดือน มกราคม และก็ กุมภาพันธ์ 2563 รวมทั้งทำให้มีผู้ถูกกักบริเวณอีก 3,700 ราย ส่วนสำนักข่าวยอนฮัปของประเทศเกาหลีใต้กล่าวว่ามีชาวประเทศเกาหลีเหนือเกือบจะ 10,000 คน ที่ถูกกักบริเวณจากความกังวลใจเรื่องไวรัส

ดังนี้ มีกล่าวว่ารัฐบาลประเทศเกาหลีเหนือ ซึ่งถูกคว่ำบาตรจากนานาประเทศจากการพัฒนาขีปนาวุธและก็อาวุธนิวเคลียร์ได้เพียรพยายามขอความช่วยเหลือสำหรับการปกป้องเชื้อไวรัส เมื่อเดือน กุมภาพันธ์ ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียได้หาชุดตรวจเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 1,500 ชุด ให้กับรัฐบาลประเทศเกาหลีเหนือตามคำร้องขอที่กำหนดถึงการเสี่ยงซึ่งยังมีอยู่ของโควิด-19

ในเวลาที่สหประชาชาติได้ยกเว้นการคว่ำบาตรให้กับกรุ๊ปบำบัดทุกข์ ศูนย์รวมถึงหน่วยงานแพทย์ได้ชายแดนแล้วก็ยูนิเซฟเพื่อส่งเครื่องใช้ไม้สอยวินิจฉัย หน้ากากอนามัย เครื่องมือป้องกันและสารฆ่าเชื้อโรคให้ประเทศเกาหลีเหนือ โดยทั้งคู่องค์กรกล่าวว่าเวชภัณฑ์ที่ส่งไปตามคำร้องขอของทางการเกาหลีเหนือถูกส่งถึงแล้วโดยจัดส่งไปจากจีน

ส่วนข้อมูลจากเว็บสำนักงานเพื่อการติดต่อประสานงานด้านมนุษยธรรมที่ยูเอ็นบอกว่า องค์การอนามัยโลกก็มีแผนการจะใช้เงิน 900,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา สนับสนุนรัฐบาลประเทศเกาหลีเหนือในงานตอบสนองต่อไวรัส…

ตายรายแรกในไทย ด่วนชายไทยวัย 35 เสียชีวิตจาก “โควิด-19” รายแรกในไทย

ตายรายแรกในไทย

ตายรายแรกในไทย ด่วนชายไทยวัย 35 เสียชีวิตจาก “โควิด-19” รายแรกในไทย 

เมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. ของวันนี้ (1 มี.ค.) มีการแถลงข่าวความคืบหน้าสถานการณ์ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ณ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า

มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายไทย เนื่องจากผู้ป่วยรายนี้ ป่วยด้วยไข้เลือดออก ร่วมกับ โควิด-19 ซึ่งรักษาตัวมาเป็นเวลา 1 เดือน โดยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ก่อนจะย้ายเข้ามารับการรักษาที่สถาบันบำราศนราดูรเมื่อวันที่ 5 ก.พ. แต่ตรวจไม่พบเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ. ซึ่งไข้เลือดออกเป็นโรคที่มีความเสี่ยงเสียชีวิตสูงอยู่แล้ว เมื่อเป็นพร้อมกันจึงยากแก่การรักษา

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ที่ดูแลผู้ป่วยรายนี้ได้ทำเต็มที่แล้ว พร้อมกับแสดงความเสียใจมายังญาติของผู้เสียชีวิตดังกล่าวด้วย

นอกจากนี้ นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha ว่า

“ผู้ป่วยชายไทยอายุ 35 ปี ทำงานขายสินค้าและติดไวรัส covid-19 เสียชีวิตเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 18.25 น.

ผู้ป่วยไม่มีโรคประจำตัวใดๆ ทั้งสิ้น และได้รับการรักษาตามมาตรฐานที่โรงพยาบาลบำราศนราดูร โดยมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิกฤติหลายท่าน และได้รับเครื่องช่วยให้ออกซิเจนในเลือด ECMO

แต่เนื่องจากประเทศไทยได้รับยา favipiravir ในระยะหลัง โดยผู้ป่วยมีอาการรุนแรง ใส่เครื่องช่วยหายใจ และถึงแม้ว่าจะทำให้เชื้อไวรัสหายไปหมดก็ตามแต่มีเนื้อปอดเสียหายมาก และในที่สุดผู้ป่วยเสียชีวิตอย่างสงบ

นี่เป็นตัวอย่างที่สำคัญว่าโรคนี้สามารถแพร่ได้ในคนที่ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อยเท่านั้น และแม้แต่ไม่มีโรคประจำตัวก็มีอาการวิกฤตได้

นอกจากนั้น การวินิจฉัยข้างต้นผลจากห้องปฏิบัติการออกมาเป็นไข้เลือดออก ทำให้พยาบาลที่เข้าไปดูแลในวันแรกติดเชื่อไวรัสนี้ไปด้วยและมีปอดบวมรุนแรงทั้งสองข้างแต่ได้รับยาทัน และกลับบ้านไปแล้วแต่อย่างไรก็ตามมีเนื้อปอดที่เสียหายอยู่ระดับหนึ่ง”

ขอบคุณที่มา : sanook